1 FOUNDATION

อ่านงบให้ออก ก่อนวิเคราะห์

รู้จักงบการเงิน 3 งบ จัดข้อมูลให้เป็นระบบ แล้วเริ่มอ่านโครงสร้างและความเปลี่ยนแปลงด้วยเทคนิคที่นักบัญชีทั่วโลกใช้

5 บท เหมาะกับผู้เริ่มต้น มีแบบทดสอบท้ายเล่ม
บทที่ 1 / 5

งบการเงิน 3 งบ ที่ต้องอ่านเป็น

ก่อนวิเคราะห์สิ่งใด ต้องเข้าใจก่อนว่าเรากำลังอ่าน "อะไร" งบการเงินมี 3 งบหลักที่ทำงานเชื่อมกัน แต่ละงบตอบคำถามต่างกัน

งบกำไรขาดทุน

ตอบว่าทำมาหาได้เท่าไร ช่วงเวลาหนึ่ง — รายได้เท่าไร ต้นทุนเท่าไร เหลือกำไรเท่าไร

งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล)

ตอบว่ามีอะไรอยู่ ณ วันนั้น — สินทรัพย์เท่าไร เป็นหนี้เท่าไร ทุนเจ้าของเท่าไร

งบกระแสเงินสด

ตอบว่าเงินสดไหลเข้าออกอย่างไร — ธุรกิจสร้างเงินสดจริงหรือแค่กำไรบนกระดาษ

ความสัมพันธ์ของ 3 งบ

งบตอบคำถามลักษณะตัวอย่างรายการสำคัญ
งบกำไรขาดทุนทำกำไรได้ไหมช่วงเวลา (1 ปี / 1 เดือน)รายได้, ต้นทุนขาย, กำไรสุทธิ
งบดุลมีอะไร เป็นหนี้เท่าไรณ วันที่ (snapshot)เงินสด, ลูกหนี้, สต็อก, หนี้สิน, ทุน
งบกระแสเงินสดเงินมาจากไหน ไปไหนช่วงเวลา (1 ปี / 1 เดือน)OCF, เงินลงทุน, เงินกู้, จ่ายปันผล
สมการบัญชี — หัวใจของงบดุล สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ
ถ้ายอดรวมสองข้างไม่เท่ากัน แปลว่าข้อมูลผิด ต้องตรวจก่อนวิเคราะห์

งบกำไรขาดทุน — โครงสร้างที่ต้องจำ

รายการจำนวนเงิน (บาท)ความหมาย
รายได้จากการขาย5,000,000เงินที่ได้จากการขายสินค้าหรือบริการ
ต้นทุนขาย(3,200,000)ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงผลิต ค่าโรงงาน
กำไรขั้นต้น1,800,000รายได้ลบต้นทุน ยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่น
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร(1,100,000)เงินเดือน ค่าเช่า ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง
ดอกเบี้ยจ่าย(180,000)ต้นทุนจากการกู้เงิน
ภาษีเงินได้(104,000)ภาษีนิติบุคคล
กำไรสุทธิ416,000สิ่งที่เหลือหลังหักทุกอย่าง

วงเล็บ ( ) หมายถึงจำนวนติดลบ เป็นธรรมเนียมการเขียนงบการเงิน เจอบ่อยมากเมื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์

งบดุล — สินทรัพย์ หนี้สิน ทุน

สินทรัพย์ (ซ้ายมือ)
  • สินทรัพย์หมุนเวียน — เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ
  • สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน — ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร
หนี้สิน + ทุน (ขวามือ)
  • หนี้สินหมุนเวียน — เจ้าหนี้ เงินกู้ระยะสั้น
  • หนี้สินไม่หมุนเวียน — เงินกู้ระยะยาว
  • ส่วนของเจ้าของ — ทุนจดทะเบียน กำไรสะสม
บทที่ 2 / 5

จัดข้อมูลให้เป็นระบบ ก่อนเริ่มวิเคราะห์

ต้นเหตุของ Dashboard ที่แก้ยาก มักไม่ได้อยู่ที่กราฟ แต่อยู่ที่ข้อมูลต้นทาง ต้องจัดข้อมูลเป็น "ตารางแบน" (Long Table) ก่อนทำอย่างอื่น

โครงสร้างตารางที่ใช้งานได้จริง

หนึ่งแถวต่อหนึ่งรายการ หนึ่งคอลัมน์ต่อหนึ่งคุณลักษณะ ไม่รวมเซลล์ ไม่ทำหัวตารางซ้อน

ปีประเภทงบหมวดบัญชีรายการจำนวนเงิน
2566งบกำไรขาดทุนรายได้รายได้จากการขาย5,000,000
2566งบกำไรขาดทุนต้นทุนต้นทุนขาย3,200,000
2566งบดุลสินทรัพย์หมุนเวียนลูกหนี้การค้า850,000
2567งบกำไรขาดทุนรายได้รายได้จากการขาย6,200,000
ข้อมูลที่ควรเตรียม
  • งบกำไรขาดทุน งบดุล และกระแสเงินสด
  • รายละเอียดลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ
  • ข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี
กติกาข้อมูลสะอาด
  • ไม่รวมเซลล์ (Merge) ในฐานข้อมูล
  • หัวตารางมีเพียงหนึ่งแถว
  • จำนวนเงินเป็นตัวเลข ไม่ใช่ข้อความ
  • ชื่อรายการใช้มาตรฐานเดียวกันทุกปี
ทำไมต้องจัดแบบนี้ ตารางแบนต่อยอดเป็น Pivot Table, SUMIFS, QUERY, Dashboard และส่งต่อให้ AI วิเคราะห์ได้ทันที ไม่ต้องแกะสูตรใหม่ทุกครั้งที่เพิ่มปี
บทที่ 3 / 5

Common Size Analysis — อ่านโครงสร้างงบ

แปลงตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ เพื่อเทียบกันได้แม้ขนาดกิจการหรือยอดรวมแต่ละปีไม่เท่ากัน

งบกำไรขาดทุน — ใช้ยอดขายเป็นฐาน 100%

รายการจำนวนเงิน% ของยอดขายอ่านอย่างไร
รายได้จากการขาย5,000,000100%ฐาน
ต้นทุนขาย3,200,00064%ทุก 100 บาทที่ขาย เป็นต้นทุน 64 บาท
กำไรขั้นต้น1,800,00036%Gross Margin 36%
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร1,100,00022%ค่าใช้จ่ายกินกำไรขั้นต้นไปเกินครึ่ง
กำไรสุทธิ416,0008.3%Net Margin — ยอดขาย 100 เหลือ 8.3
=B2/$B$2 (ยอดแต่ละรายการ หาร ยอดขายรวม)

งบดุล — ใช้สินทรัพย์รวมเป็นฐาน 100%

รายการจำนวนเงิน% ของสินทรัพย์รวม
เงินสด400,0008%
ลูกหนี้การค้า850,00017%
สินค้าคงเหลือ1,250,00025%
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์2,500,00050%
สินทรัพย์รวม5,000,000100%

ลูกหนี้+สต็อก = 42% ของสินทรัพย์ แปลว่าเงินทุนกระจุกอยู่กับลูกค้าและสินค้าค้างสต็อก ต้องดูต่อว่าเก็บเงินได้เร็วไหม สต็อกหมุนดีไหม

จุดสังเกต เมื่อเปรียบเทียบ Common Size ข้ามปี ถ้าสัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่า Margin กำลังถูกบีบ ต้องหาสาเหตุ
บทที่ 4 / 5

Horizontal Analysis — เปรียบเทียบข้ามปี

เทียบตัวเลขปีต่อปี เพื่อดูว่ารายการใดเปลี่ยนแปลงมาก และเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีหรือไม่

รายการปี 2566ปี 2567เพิ่ม/ลด% เปลี่ยน
รายได้จากการขาย5,000,0006,200,0001,200,00024%
ต้นทุนขาย3,200,0004,216,0001,016,00031.8%
กำไรขั้นต้น1,800,0001,984,000184,00010.2%
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร1,100,0001,320,000220,00020%
กำไรสุทธิ416,000380,000(36,000)-8.7%
=C2-B2 (จำนวนเงินที่เปลี่ยน)
=IFERROR((C2-B2)/B2,0)
อ่านสัญญาณ รายได้โต 24% แต่ต้นทุนโต 31.8% — ต้นทุนวิ่งเร็วกว่ายอดขาย ทำให้กำไรขั้นต้นโตเพียง 10.2% และกำไรสุทธิกลับลดลง 8.7% ต้องเช็กราคาวัตถุดิบ ส่วนลดที่ให้เกินตัว หรือสินค้าบางกลุ่มที่กำไรบาง

Vertical Analysis — ดูสัดส่วนภายในปีเดียวกัน

Vertical Analysis คือ Common Size ของงบดุล ดูว่าสินทรัพย์แต่ละตัวกินสัดส่วนเท่าไรเมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม ช่วยเห็นว่า "เงินทุน" ของกิจการถูกจมอยู่ที่ไหน

เทคนิค: ดู 3 อย่างพร้อมกัน 1. Common Size — โครงสร้างต้นทุนปีนี้เป็นอย่างไร
2. Horizontal — เปลี่ยนไปจากปีก่อนแค่ไหน
3. Vertical — เงินทุนจมอยู่ที่ไหนในงบดุล
ใช้ 3 เทคนิคนี้ร่วมกัน จะเห็นภาพชัดกว่าดูอย่างเดียว
บทที่ 5 / 5

สูตร Excel / Google Sheets ที่ต้องมีติดมือ

สูตรพื้นฐานที่ใช้กับงานวิเคราะห์งบ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกฟังก์ชัน แค่ 6 ตัวนี้ก็ทำงานได้

Excel

=SUMIFS(Amount, Year, 2567,
Type, "รายได้")

รวมยอดเงินเฉพาะปี 2567 และประเภท "รายได้"

=XLOOKUP(A2, AccountCode,
AccountName)

ค้นหาชื่อบัญชีจากรหัสบัญชี

=FILTER(Data, Year=2567)

กรองเฉพาะข้อมูลปี 2567

Google Sheets

=QUERY(A:E,
"select A, sum(E)
group by A", 1)

สรุปยอดรวมแยกตามคอลัมน์ A

=ARRAYFORMULA(
IF(A2:A="","",B2:B/C2:C))

คำนวณทั้งคอลัมน์ในสูตรเดียว

=UNIQUE(C:C)

ดึงรายการไม่ซ้ำ เช่น ชื่อหมวดบัญชี

Pivot Table ยังเป็นทางลัดที่ดีที่สุด สำหรับการสรุปตามปี หมวดบัญชี และประเภทงบ โดยไม่ต้องเขียนสูตรจำนวนมาก ถ้าจัดข้อมูลเป็นตารางแบนตามบทที่ 2 แล้ว Pivot Table ทำได้ทันที
แบบทดสอบท้ายเล่ม

ทดสอบความเข้าใจ Level 1

พร้อมไปต่อ?

Level 2 จะพาเจาะลึก Financial Ratios, DuPont Analysis, Trend Analysis และ Cash Flow

เปิด Level 2: วิเคราะห์ให้ลึก →