2 ANALYSIS

วิเคราะห์ให้ลึก ด้วย Ratios & Trends

เจาะลึก Financial Ratios 4 กลุ่ม แตก ROE ด้วย DuPont อ่านแนวโน้มหลายปี และแยก "กำไร" ออกจาก "เงินสด"

5 บท ต่อยอดจาก Level 1 มีแบบทดสอบท้ายเล่ม
บทที่ 1 / 5

Financial Ratios — ย่อข้อมูลจำนวนมากเป็นตัวชี้วัด

อัตราส่วนทางการเงินแบ่งเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มตอบคำถามต่างกัน คลิกแท็บเพื่อดูรายละเอียด

ตอบว่า จ่ายหนี้ระยะสั้นได้ไหม

อัตราส่วนสูตรแปลง่าย ๆ
Current Ratioสินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียนต่ำกว่า 1 = สภาพคล่องตึง
Quick Ratio(สินทรัพย์หมุนเวียน − สต็อก) ÷ หนี้สินหมุนเวียนตัดสต็อกออก เพราะแปลงเป็นเงินสดช้า
Cash Ratioเงินสด ÷ หนี้สินหมุนเวียนถ้าต้องจ่ายทันที มีพอไหม
OCF Ratioกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ÷ หนี้สินหมุนเวียนดูว่าเงินสดจากธุรกิจหลักพอคุ้มหนี้ไหม
=IFERROR(สินทรัพย์หมุนเวียน/หนี้สินหมุนเวียน, 0)

ตอบว่า ทำกำไรได้ดีแค่ไหน

อัตราส่วนสูตรแปลง่าย ๆ
Gross Marginกำไรขั้นต้น ÷ ยอดขายยอดขาย 100 เหลือกำไรขั้นต้นเท่าไร
Net Marginกำไรสุทธิ ÷ ยอดขายยอดขาย 100 สุดท้ายเหลือเท่าไร
ROAกำไรสุทธิ ÷ สินทรัพย์เฉลี่ยสินทรัพย์ทุก 100 สร้างกำไรเท่าไร
ROEกำไรสุทธิ ÷ ส่วนของเจ้าของเฉลี่ยทุนเจ้าของทุก 100 สร้างกำไรเท่าไร
=IFERROR(กำไรสุทธิ/AVERAGE(สินทรัพย์ต้นปี, สินทรัพย์ปลายปี), 0)

ตอบว่า ใช้ทรัพยากรได้คล่องแค่ไหน

อัตราส่วนสูตรแปลง่าย ๆ
Inventory Turnoverต้นทุนขาย ÷ สต็อกเฉลี่ยสต็อกหมุนปีละกี่รอบ ยิ่งมากยิ่งดี
Receivable Turnoverยอดขายเชื่อ ÷ ลูกหนี้เฉลี่ยเก็บเงินจากลูกค้าได้เร็วแค่ไหน
Asset Turnoverยอดขาย ÷ สินทรัพย์รวมสินทรัพย์ทุก 1 บาทสร้างยอดขายเท่าไร
จำนวนวันเก็บหนี้365 ÷ Receivable Turnoverลูกค้าจ่ายเงินเฉลี่ยกี่วัน

ตอบว่า กู้มากไปไหม

อัตราส่วนสูตรแปลง่าย ๆ
Debt Ratioหนี้สินรวม ÷ สินทรัพย์รวมสินทรัพย์ทุก 100 มาจากหนี้เท่าไร
Debt to Equityหนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของกู้กี่เท่าของทุน ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง
Interest CoverageEBIT ÷ ดอกเบี้ยจ่ายกำไรพอจ่ายดอกเบี้ยกี่เท่า ต่ำ = สัญญาณเตือน
=IFERROR(EBIT/ดอกเบี้ยจ่าย, 0)
อย่าตั้งเกณฑ์ตายตัว Current Ratio > 1 ไม่ได้ปลอดภัยเสมอ Ratio ที่เหมาะสมแตกต่างกันตามอุตสาหกรรม ฤดูกาล โมเดลธุรกิจ และนโยบายสินเชื่อ
บทที่ 2 / 5

DuPont Analysis — แตก ROE ให้เห็นที่มา

ROE สูง ฟังดูดี แต่ "สูงเพราะอะไร" สำคัญกว่าตัวเลข DuPont Analysis แตก ROE ออกเป็น 3 องค์ประกอบ

ROE = Net Profit Margin × Asset Turnover × Equity Multiplier
Net Profit Margin

กำไรสุทธิ ÷ ยอดขาย
= ทำกำไรเก่งไหม

Asset Turnover

ยอดขาย ÷ สินทรัพย์รวม
= ใช้สินทรัพย์คล่องไหม

Equity Multiplier

สินทรัพย์รวม ÷ ส่วนของเจ้าของ
= ใช้หนี้มากแค่ไหน

ตัวอย่างเปรียบเทียบ 2 กิจการ

องค์ประกอบกิจการ กกิจการ ข
ROE18%18%
Net Profit Margin12%4%
Asset Turnover1.01.0
Equity Multiplier1.54.5
สรุปROE สูงเพราะ กำไรดีROE สูงเพราะ หนี้สูง ⚠️
ข้อสรุป กิจการ ข มี ROE เท่ากัน แต่ Equity Multiplier สูงมาก (4.5 เท่า) แปลว่ากิจการใช้หนี้เป็นตัวขับ ROE ถ้าดอกเบี้ยขึ้นหรือรายได้ลด ROE จะร่วงเร็ว
บทที่ 3 / 5

Trend Analysis — มองหลายปี จับสัญญาณผิดปกติ

งบปีเดียวบอกภาพได้แค่ส่วนเดียว ต้องดูแนวโน้มอย่างน้อย 3 ปี เพื่อจับสัญญาณก่อนปัญหาจะลุกลาม

ตัวเลขที่ต้องทำกราฟแนวโน้ม

รายการ256525662567สัญญาณ
รายได้จากการขาย8,000,0009,200,00010,500,000↑ เติบโตต่อเนื่อง
ต้นทุนขาย4,800,0005,888,0007,140,000⚠️ โตเร็วกว่ายอดขาย
กำไรสุทธิ980,000920,000750,000🔴 ลดลงต่อเนื่อง
ลูกหนี้การค้า1,100,0001,600,0002,350,000⚠️ โตเร็วกว่ายอดขายมาก
สินค้าคงเหลือ700,000850,0001,400,000⚠️ เพิ่มผิดสัดส่วน
รายได้ ↑ กำไร ↓

ขายได้มากขึ้นจริง แต่คุมต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายไม่อยู่

ลูกหนี้ ↑ เร็วกว่ายอดขาย

อาจขายเชื่อมากขึ้น หรือเก็บเงินช้าลง

สต็อก ↑ ยอดขายนิ่ง

สินค้าค้าง หรือวางแผนจัดซื้อไม่ดี

เทคนิค: ดูอัตราเติบโตเปรียบเทียบ ถ้ารายได้โต 15% แต่ลูกหนี้โต 45% — ต้นทุนของการขายเชื่อกำลังกินเงินสด แม้ว่ายอดขายจะดูดีก็ตาม
บทที่ 4 / 5

Cash Flow Analysis — แยก "กำไร" ออกจาก "เงินสด"

กิจการมีกำไรแต่เงินสดหมด เป็นไปได้ เพราะกำไรทางบัญชี ≠ เงินสดจริง งบกระแสเงินสดตอบคำถามนี้

Operating Cash Flow (OCF)

เงินสดจากธุรกิจหลัก — รับจากลูกค้า จ่ายซัพพลายเออร์ จ่ายเงินเดือน

Investing Cash Flow (ICF)

เงินที่ลงทุน — ซื้อเครื่องจักร ซื้อที่ดิน ขายสินทรัพย์

Financing Cash Flow (FCF)

เงินจากการจัดหาเงิน — กู้ ชำระเงินกู้ เพิ่มทุน จ่ายปันผล

ตัวชี้วัดสำคัญ

Free Cash Flow = Operating Cash Flow − รายจ่ายลงทุน
Cash Runway = เงินสดคงเหลือ ÷ Burn Rate ต่อเดือน

ตัวอย่างอ่าน Cash Flow 3 ปี

รายการ256525662567
กำไรสุทธิ980,000920,000750,000
Operating Cash Flow850,000520,00080,000
Free Cash Flow550,000120,000(320,000)
สัญญาณอันตราย กำไรสุทธิลดลงจาก 980K เป็น 750K (ลด 23%) แต่ OCF ลดจาก 850K เป็น 80K (ลด 91%) และ Free Cash Flow ติดลบ แปลว่ากำไรบนกระดาษไม่แปลงเป็นเงินสดจริง ต้องตรวจลูกหนี้ สต็อก เจ้าหนี้ และรายจ่ายลงทุน
บทที่ 5 / 5

เขียน Insight — เปลี่ยนตัวเลขเป็นคำอธิบาย

ตัวเลขวิเคราะห์ที่ดีไม่มีประโยชน์ถ้าอ่านไม่รู้เรื่อง Insight ที่ดีต้องตอบ 4 คำถาม:

สูตรเขียน Insight

1. สิ่งที่เกิดขึ้น → 2. ขนาดของการเปลี่ยนแปลง → 3. สาเหตุที่เป็นไปได้ → 4. สิ่งที่ควรตรวจต่อ

ตัวอย่าง Insight ที่ดี

รายได้เพิ่มขึ้น 24% แต่กำไรสุทธิลดลง 8.7% เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่ม 31.8% เร็วกว่ายอดขาย ควรตรวจ: ราคาวัตถุดิบ ส่วนลดที่ให้ลูกค้า และกำไรขั้นต้นแยกตามกลุ่มสินค้า

ตัวอย่างกฎ Insight อัตโนมัติ

Insight ≠ คำตอบสุดท้าย Insight ที่ดีคือ "ประตูเปิดเข้าสู่การตรวจสอบ" ไม่ใช่ข้อสรุป ต้องตรวจแหล่งข้อมูล รายการพิเศษ และบริบทกิจการเสมอ
แบบทดสอบท้ายเล่ม

ทดสอบความเข้าใจ Level 2

พร้อมไปต่อ?

Level 3 จะพาสร้าง KPI Dashboard, Waterfall Chart, Financial Health Score Calculator และระบบเตือนอัตโนมัติ

เปิด Level 3: สร้าง Dashboard ระดับผู้บริหาร →